ในยุคที่ฮิตเลอร์เรืองอำนาจ ชาวยิวจำนวนมหาศาลถูกทรมานและสังหารอย่างโหดเหี้ยม แต่แม้ว่าจะถูกกดขี่แค่ไหนก็ยังมีผู้กล้าบางคนที่ไม่ยอมแพ้ พวกเขาเหล่านั้นได้ต่อต้าน แก้แค้น และเอาคืนนาซีได้อย่างสาสม และนี่คือ 6 เรื่องราวสุดระห่ำ ของชาวยิวที่เอาคืนความโหดร้ายของเหล่านาซีได้อย่างเจ็บแสบจนโลกต้องจารึก
1.William W. Cohen ชาวยิวผู้รณรงค์ต่อต้านนาซีในอเมริกาด้วยการบอยคอตต์สินค้าเยอรมัน
ในปี 1933 ขณะที่นักการเมืองอเมริกันจำนวนมากพยายามหลอกตัวเองและประชาชนว่านาซีไม่ได้ทำสิ่งใดผิดศีลธรรม วิลเลียม โคเฮน สมาชิกสภาคองเกรสชาวนิวยอร์ก ได้เริ่มรณรงค์ให้ผู้คนเลิกซื้อ ขาย และสนับสนุนสินค้าที่ผลิตหรือส่งมาจากเยอรมนี

“ชาวยิวคนใดก็ตามที่จ่ายเงินแม้แต่เพนนีเดียวซื้อของจากเยอรมนี เขาผู้นั้นคือผู้ที่ทรยศต่อชาวยิวด้วยกัน”

2.Danuta Danielsson หญิงบ้าบิ่นผู้ต่อต้านกลุ่มนีโอนาซีในสวีเดน
Danuta Danielsson เป็นลูกครึ่งระหว่างยิวและโปแลนด์ แม่ของเธอเป็นผู้รอดชีวิตมาจากค่ายกักกัน Auschwitz ซึ่งทำให้เธอรับรู้ถึงความโหดร้ายที่ชาวนาซีได้ทำกับคุณแม่ของเธอ

ในช่วงปี 1985 ที่ประเทศสวีเดนได้มีการเดินขบวนของกลุ่มที่เรียกว่า Neo-Nazi โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูลัทธินาซีขึ้นมาอีกครั้ง
แต่สุดท้ายก็ถูกทำลายความน่าเชื่อถือลงไปหลังจากที่ Danuta แอบเดินตามเข้าไปข้างหลังขบวนผู้ชุมนุมและเอากระเป๋าถือฟาดเข้าไปจังๆ ที่ท้ายทอยของผู้เข้าร่วมรายหนึ่ง จนกลายเป็นเรื่องตลกโปกฮากันไป ความกล้าหาญของเธอได้รับการยกย่อง จนมีการทำรูปหล่อจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่สวีเดน

3.Leon Feldhendler และ Alex Pechersky ผู้จุดชนวนการล่มสลายของค่ายนาซี
ย้อนกลับไปในช่วงเดือนตุลาคม ปี 1943 Leon ผู้นำของกลุ่มชาวยิวในในเมือง Zolkiew ได้ร่วมมือกับนาย Alex นายทหารลูกครึ่งรัสเซีย – ยิว ช่วยเหลือนักโทษชาวยิวกว่า 300 คนที่ถูกจับไปไว้ในค่ายกักกัน Sobibor ออกมา

ถือเป็นการพานักโทษหลบหนีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ แม้จะมีผู้รอดชีวิตหนีออกมาได้เพียง 50 คนเท่านั้น แต่ก็สร้างความเสียหายมากพอที่จะทำให้ค่ายกักกัน Sabibor ถูกปิดตัวลงไป
วีรกรรมอันกล้าหาญของคุณ Alex และ คุณ Leon ได้ยกย่องเป็นอย่างมาก และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Escape from Sobibor เมื่อปี 1987

4.Faye Schulman ผู้ถ่ายทำสารคดีกลุ่มต่อต้านนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 Feye เป็นช่างภาพชาวยิวที่ถูกเกณฑ์ให้ไปทำหน้าที่ช่างภาพให้กับนาซี หลังจากที่กลุ่มนาซีเข้ามาในบ้านเกิดของเธอที่โปแลนด์เมื่อปี 1941 แต่ภายหลังเธอกลับถูกลอบฆ่า จึงทำให้ต้องระหกระเหินหนีเข้าไปอยู่ในป่า

เธอได้พบกับกลุ่มต่อต้านพรรคนาซี ที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเข้าร่วม จากนั้นเธอใช้เวลาตลอด 2 ปี เพื่อเก็บบันทึกภาพของกลุ่มต่อต้าน ซึ่งภาพทั้งหมดก็ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานว่ามีผู้คนมากมายทั้งชาวยิวและไม่ใช่ชาวยิวที่เคลื่อนไหวต่อต้านนาซี


5.Simon Wiesenthal ผู้ตามจับกุมตัวเหล่านาซีที่หลบหนีไปหลังสงคราม เจ้าของฉายา “ราชานักล่าหัวนาซี” Wiesenthal นักโทษที่รอดชีวิตมาได้หลังสูญเสียสมาชิกทุกคนในครอบครัวและต้องพลัดพรากจากภรรยาผู้เป็นที่รัก เขาได้ทุ่มเทเวลาทั้งหมดหลังสงครามสิ้นสุดไปกับการตามล่าหาตัวทหารนาซี และได้ก่อตั้งกลุ่ม Jewish Documentation Center ขึ้น

โดยตามจับตัวทหารนาซีได้มากมายนับไม่ถ้วน เช่น Adolf Eichmann ที่หลบหนีไปยังอาร์เจนติน่า Franz Stangl ที่หลบหนีไปยังบราซิล และ Karl Silberbauer ตำรวจลับเกสตาโปผู้จับกุมตัวแอนน์ แฟรงค์ เท่านั้นยังไม่พอด้วยความช่วยเหลือของ Simon ทำให้ทางการของเยอรมันสามารถจับกุมสายลับ SS ของกลุ่มนาซีได้อีกนับสิบราย

6.Gertrude Boyarski ผู้เผาสะพานและเสบียงของทหารนาซีจนวอดวาย
“ฉันจะต่อสู้และแก้แค้นให้กับครอบครัวของฉัน” คือคำกล่าวที่ออกมาจากปากของ Gertrude Boyarski ผู้นำกองกำลังชาวรัสเซียซึ่งญาติพี่น้องและครอบครัวทั้งหมดของเธอถูกทหารนาซีปลิดชีพในป่าโปแลนด์

และเธอก็ได้ทำตามคำพูดนั้นด้วยการเผาทำลายสะพานที่ขบวนรถไฟของนาซีกำลังจะแล่นผ่าน แต่เนื่องจากเปลวไฟลุกลามได้ไม่เร็วพอ เธอและกองกำลังของเธอจึงได้ใช้อุปกรณ์ในมือเผาและทำลายสะพานให้เร็วขึ้นขณะที่กองกำลังของนาซีเคลื่อนเข้ามาใกล้ ในที่สุดสะพานก็ถูกเผาไหม้จนวอดวาย และไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป แต่สุดท้ายทุกคนกลับไม่รอดถูกทหารเยอรมันใช้ปืนกลกราดยิงจนเสียชีวิต


source : meekhao.com