หลังจากพบทั้ง 13 ชีวิตที่ถ้ำหลวงได้มีการช่วยเหลือเบื้องต้นทั้งอาหารและรักษาพยาบาล ตอนนี้ก็ยังคงอยู่ในขั้นตอนการวางแผนเพื่อพาตัวทั้ง 13 คนออกมาอย่างปลอดภัยซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยากและต้องวางแผนอย่างรัดกุมเพราะปริมาณน้ำตอนนี้เด็กๆและโค้ชจำเป็นต้องดำน้ำออกมาซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ตอนนี้ภารกิจการช่วยเหลือยังคงเป็นที่จับตามองของหลายประเทศ ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nantinee Ruangsakorn โพสต์ภาพถ่ายกระดาษจดหมายที่ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือของ ด.ช.เดนนิส คาร์เมอร์ อายุ 9 ปี ลูกครึ่งไทย โดยมีข้อความระบุว่า “ดูข่าวเด็กติดถ้ำไปพร้อมๆ กับโทนนี่และเดนนิส โทนนี่บอกว่า “ผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศเข้าช่วยเหลือ” เราถามกลับว่า “แล้วเนเธอร์แลนด์ไม่คิดจะทำอะไรบ้างเลยหรือ?” โทนนี่บอกว่า “เราไม่ชำนาญเรื่องถ้ำ เพราะประเทศเราไม่มีถ้ำ” …เราตอบโทนนี่กลับไปว่า “ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่ “ถ้ำ” แต่เป็นเรื่อง น้ำที่มีปริมาณมาก จนพาเด็กออกจากถ้ำไม่ได้ และฉันคิดว่า ประเทศเนเธอร์แลนด์ คือ ประเทศที่ดีที่สุดในโลกเรื่องระบบการจัดการน้ำ” …โทนนี่เห็นด้วยกับคำพูดของเราเดนนิสซึ่งนั่งอยู่ร่วมวงสนทนาด้วย บอกว่า “พวกเราก็ได้แต่หวังว่า น้ำคงจะลดในเร็ววัน…เด็กๆ จะได้ออกมาวิ่งเล่นข้างนอกได้”…เราถามเดนนิสว่า “ลูกอยากจะลองช่วยพวกเขาไหม? ลองเขียนจดหมายไปหานายกรัฐมนตรีของเราสิ”

และนี่คือที่มาของจดหมายน้อย ฉบับแรกในชีวิตที่เดนนิสเขียนเอง พรุ่งนี้ เราจะส่งไปถึงนายกรัฐมนตรี ส่วนนายกจะตัดสินใจอย่างไร ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่เราถือว่า “เด็กที่นี่ทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็น”

ข้อความในจดหมาย แปลเป็นภาษาไทยได้ดังนี้

advertisements

ถึง คุณมาร์ค รุตเตอร์
จากข่าวของสำนักข่าว NOS และวิทยุ ช่อง 10 ฉันได้ยินว่า มีเด็ก 13 คน ติดถ้ำอยู่ที่ประเทศไทย
ตอนนี้พวกเขาก็ยังติดอยู่ในถ้ำที่มีน้ำล้อมรอบ
ตัวฉันเองเป็นคนไทย และคิดว่า ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศที่เชี่ยวชาญเรื่องระบบการจัดการน้ำ?
บางทีคุณอาจจะช่วยอะไรบ้างก็ได้?

ขอบคุณล่วงหน้า และด้วยความนับถืออย่างสูง
เดนนิส คาร์เมอร์ , 9 ปี
Zwolle