สำหรับภารกิจการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ได้รับการร่วมแรงร่วมใจจากหลายฝ่ายจนภารกิจการค้นหาสำเร็จเหลือเพียงขั้นตอนการนำเด็กๆและโค้ชออกมาและทำตามขั้นตอนเช่นการรักษา เยียวยาสภาพจิตใจต่อไป ภารกิจนี้ใช้เวลาร่วม 10 วันในการค้นหาทั้ง 13 คนเป็นนที่สงสัยกันว่าเด็กๆและโค้ชใช้ชีวิตกันอย่างไรในถ้ำที่ไม่มีอาหารและไฟ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน หรือ หมอล็อต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ‘ภัทรพล ล็อต มณีอ่อน’ ขณะร่วมลงพื้นที่บริเวณถ้ำหลวง จ.เชียงราย ระบุว่า “มื้อแรกของหมูป่า ทำให้คนทั้งโลกอิ่ม” ฝนตกอาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับการปฏิบัติงานบ้าง แต่ถ้าให้ผมเลือก ก็ขอให้ฝนตกนี่แหละ แล้วเราค่อยหาพื้นที่ให้น้ำฝนอยู่แทนในถ้ำ เพราะฝนที่ตก น้ำที่ไหลตามหินย้อย คือน้ำสะอาดไหลตลอดเวลา เป็นน้ำที่น้องๆ กินประทังชีวิตได้ ยิ่งน้ำหยดไหลผ่านชั้นหินหลายชั้น เป็นโอกาสที่จะได้รับแร่เกลือแร่หลากหลายชนิด ลดอาการอ่อนเพลียได้มาก แต่เมื่อร่างกายขาดสารอาหารไปสักระยะหนึ่ง วิตามินและเหลือแร่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังงานก็จะสูญสลายไปด้วย ทำให้เมื่อกินอาหารใหม่ สารอาหารที่กินเข้าไปก็ไม่สามารถแปลงเป็นพลังงานได้ ความต้องการ วิตามินบี 1 แมกนีเซี่ยม ฟอสเฟต และเป็นโพแทสเชี่ยม จึงเป็นสารอาหารที่จำเป็นอันดับแรกๆ ที่น้องๆ ต้องการ เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงพอที่จะออกมาข้างนอกกับเจ้าหน้าที่ได้ อ่านข่าว ผบ.ซีล มั่นใจพา 13ชีวิตออกจากถ้ำหลวงปลอดภัยแน่! ขอบคุณทุกกำลังใจ

การดำเนินการที่สำคัญและต้องทำอย่างต่อเนื่องหรือมากกว่าเดิม คือสิ่งที่ทุกๆภารกิจทำอยู่ (เพราะเด็กคงออกมาด้วยการดำน้ำไม่ได้) คือการสูบน้ำสูบโคลนในถ้ำ ระบายบาดาล เบี่ยงทางน้ำ ทุกคนมีความสำคัญ ทำหน้าที่กันต่อ เมื่อเจอน้องๆแล้ว ก็ต้องนำออกมา ทานอาหารที่พี่ๆ เตรียมไว้ให้ก่อนนะเด็กๆ แล้วค่อยมาจัดหนักข้างนอก