หลังเกิดอุบัติเหตุ รถเก๋ง โตโยต้า ยาริส สีเทา ทะเบียน 2 กว-731 กท. พุ่งชนต้นไม้ใหญ่ข้างถนน ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งความรุนแรงของอุบัติเหตุดังกล่าว น่าจะทำให้คนขับเสียชีวิตคาที่ แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุคนขับซึ่งเป็นชายวัยกลางคน ร่างใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย จนกลายเป็นที่เล่าลือของชาวบ้าน โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์คนหนึ่ง เปิดเผยว่า

car-ac1

หลังเกิดเหตุตนและชาวบ้านจำนวนหนึ่งวิ่งไปดูที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นสภาพรถพังยับเยินต่างก็คิดว่า คนขับหรือใครที่มากับรถคันนี้คงรอดชีวิตยาก แต่สักครู่ก็เห็นผู้ชายรูปร่างอ้วนใหญ่คนหนึ่งทราบว่าเป็นคนขับคลานออกมาจากซากรถ ตนและชาวบ้านจึงเข้าไปช่วยเหลือ แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองคนขับรถคันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น และยังพูดคุยให้ข้อมูลกับชาวบ้านได้ตามปกติเหมือนไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น

car-ac2

ทั้งนี้คนขับรถคันดังกล่าว เล่าประสบการณ์เฉียดตายให้ชาวบ้านฟังว่า

ก่อนเกิดเหตุ ขับรถเก๋งคันดังกล่าวจาก จ.พัทลุง มาตามถนนาสายดังกล่าวตามลำพังเพื่อมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มาถึงที่เกิดเหตุใกล้วัดเขาพระทองฝนมีพายุฝนยตกลงมาอย่างรุนแรง ทำให้ถนนลื่นทำให้รถเสียหลักพุ่งตกข้างทางชนต้นไม้ขาด ก่อนจะพุ่งชนอัดก็อปปี้ต้นไม้อีกต้นหนึ่งจนรถฉีกขาดพังยับเป็นเศษเหล็กดังกล่าว

car-ac3

โดยคนขับยังกล่าวว่าในขณะเกิดเหตุยังมีสติดีจึงคว้าพระ ”หลวงพ่อองค์ใหญ่ วัดเขาพระทอง” ออกมากำ และหลับตาขอให้บารมีหลวงพ่อคุ้มครองให้ปลอดภัย จนเมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไปจึงลืมตาขึ้นพบว่าไม่ได้เสียชีวิต เพียงแค่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คนขับรถดังกล่าวยังนำหลวงพ่อองค์ใหญ่ที่ห้อยคอออมาโชว์ชาวบ้าน ก่อนจะรีบเดินทางไปรพ.เขาชะอวดเพื่อตรวจเช็คอย่างละเอียดอีกครั้งcar-ac4

เมื่อข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีคอมเมนต์จากเฟซบุ๊คชื่อว่า Benjaporn Losawatdikul แสดงตัวเป็นน้องสาวของผู้บาดเจ็บ และได้พูดถึงอาการของพี่ชาย รวมถึงกระแสหลวงพ่อองค์ใหญ่ วัดเขาพระทอง ว่าไม่ใช่องค์ที่พี่ชายใส่ตอนเกิดเหตุตามที่เป็นข่าว รวมถึงขอบคุณพี่กู้ภัยที่ช่วยเหลือพี่ชายขณะซากรถทับขาจนได้รับบาดเจ็บ car-ac5

เราเป็นน้องสาวของผู้บาดเจ็บค่ะ อยากจะเรียนชี้แจงหลายๆประเด็น เราได้สอบถามพี่ชายของเราแล้ว เกี่ยวกับเรื่องพระ พี่ชายบอกกับเราว่า ไม่มีพระ องค์ที่ปรากฎตามในข่าว ไม่เคยเห็น และไม่รู้จักด้วยซ้ำ พี่เราใส่สร้อยพระที่คอตอนเกิดเหตุค่ะ แต่ไม่ใช่พระองค์ที่เป็นข่าว และเรื่องที่บอกว่าพี่เราคลานออกมาจากซากรถเองนั้น ไม่ใช่เลยค่ะ พี่ชายเรากระดูกขาหัก เสียเลือดประมาณ30%ของร่างกาย มันออกมาเองไม่ได้หรอกค่ะ มีพี่ๆหน่วยกู้ภัยมาช่วยตัดถ่างซากรถและพาพี่เราส่งโรงพยาบาล ซึ่งพี่เรามีสติอยู่โดยตลอดค่ะ ตรงนี้ต้องขอบคุณพี่ๆหน่วยกู้ภัยมากๆที่มาช่วยชีวิตได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีทรัพย์สินสูญหายเลย ณ ตอนนี้ พี่ชายของเรา ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ICU รพ.สงขลานครินทร์ มอ หาดใหญ่ โดยถูกส่งตัวมาจาก รพ.มหาราช (รับตัวจาก รพ.ชะอวด อีกที) ค่ะ

 

Source : dailynews