เป็นกระทู้พันทิปที่กำลังโด่งดังมากในตอนนี้เลยนะคะ สำหรับ เมื่อผมบังเอิญไปซื้อบ้านผีสิง ริมแม่น้ำมาเรโนเวท พูดเลยว่าต้องขอชื่นชมในความใจกล้าของเจ้าของกระทู้นี้จริง ๆ ค่ะ สวัสดีครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบชีวิตอิสระ เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ใหม่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ และก็มองหาโอกาศการลงทุนใหม่ๆ ที่จะผ่านเข้ามาในชีวิต มันจึงเป็นเหตุบังเอิญให้ผมได้พบกับบ้านผีสิงหลังนี้

เรื่องราวมันเริ่มจากที่ผมรักในชีวิตกลางแจ้ง ท่องเที่ยวไปยังป่าเขาลำเนาไพรต่างๆ จนผมได้ค้นพบว่า ไม่มีป่าที่ใดในเมืองไทยที่รู้สึกดิบ ลึกลับน่าผจญค้นหา ไปมากกว่าผืนป่าตะวันตกของประเทศ ที่มีขนาดมหึมาครอบคลุมติดต่อกันหลายจังหวัดต่อเนื่องเข้าไปยังฝั่งของประเทศพม่า ความลึกลับต้องมนต์นี้เอง ที่สร้างแรงบัลดาลใจให้ตัวละครในนิยายเดินป่าอมตะหลายๆเรื่องอย่าง ล่องไพร สมิงไพร และเพชรพระอุมา เข้าไปผจญภัยเสี่ยงโชค ด้วยความหวังที่จะได้เจอสมบัติล้ำค่ากลางป่าลึก ซึ่งสำหรับตัวผมแล้ว สิ่งที่ได้เจอก็คือบ้านหลังนี้นั้นเอง
จำคร่าวๆได้ว่า เมื่อฤดูฝนประมานสามสี่ปีที่แล้ว ผมได้เดินทางท่องเที่ยวไปทางด้านฝั่งซ้ายของแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติผืนใหญ่ ด้วยความที่ไม่คุ้นเส้นและสภาพความเป็นป่าทำให้การจะสอบถามทางจากชาวบ้านทำได้ลำบากเพราะไม่ค่อยจะมีบ้านเรือนเท่าใดนัก จึงได้พึ่งพาการนำทางของเจ้า Google Map ตอนนั้นหลังจากเที่ยวถ้ำละว้าเสร็จก็อยากจะเดินทางต่อไปยังอำเภอทองผาภูมิ นั้นจึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมมาพบบ้านหลังนี้ ผมขับรถตามทาง Google ไปเรื่อยๆจากสภาพสองข้างทางที่เป็นสวนปาล์ม สวนยาง ผ่านหมู่บ้านคนบ้างประปราย ก็เปลี่ยนเป็นป่าทึบในเขตอุทยานแห่งชาติ มีหน้าผาหินปูนสูงชั้นขนาบรอบทิศ แล้วในที่สุดมันก็พาผมมาสุดที่ริมตลิ่งของแม่น้ำแควน้อย ซึ่งสภาพที่เห็นนั้นสะพานในแผนที่มันพังสลายไปนานแล้ว ด้วยความรู้สึกที่ทั้งกังวล ทั้งเจ็บใจ และทั้งกลัว แม้จะเห็นเห็นเสาสัญญานมือถืออยู่ลิบๆ บนหน้าผาฝั่งตรงข้าม ซึ่งหมายถึงโลกแห่งความเจริญเบื้องหน้า แต่เราก็ไม่สามารถข้ามไปได้ จึงต้องตัดสินในย้อนกลับทางเดิม และเมื่อขณะที่กำลังกลับรถอยู่นั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นป้ายปริศนาสีขาวๆแถบน้ำเงินมีตราสัญลักษณ์ธนาคารแห่งหนึ่งห้อยติดอยู่กับต้นไม้รกทึบ จึงพยายามเพ่งเข้าไปทางด้านหลัง ก็เห็นเงาลางๆของสิ่งปลูกสร้างทมึนๆอยู่ใต้เงาไม้ที่รกทึบ จังหวะนี่เองที่สัญชาตญาณดิบของนักลงทุน มันบอกว่าให้ลุยเข้าไปดูให้แน่ซิว่า มันคืออะไร อาจจะเป็นซากเมืองมรกตที่เขาตามหากันในนิยายก็เป็นได้
และนี้คือสิ่งที่ผมเจอครับเจอกันสภาพนี้ ถ้าเป็นเพื่อนๆจะสู้ หรือจะถอยดีครับ

ในใจก็นึก ใครหนอช่างสรรหาทำเล ใจกลางป่าลึกอย่างนี้ ยังมาสร้างเอาไว้ซะอลังการ เดินสำรวจอ้อมมาทางหน้าบ้าน สภาพก็เป็นอย่างที่เห็นครับ มุมนี้เห็นแล้วตกหลุมรักเลย หุ่นเป๊ะ โครงเป๊ะ จับอาบน้ำสักหน่อย ออกมาน่าจะสวยเลย งานคุณภาพโครงสร้างวัสดุยุค 80s อารมณ์ Log Home

advertisements

ซักพักได้ยินเสียงเหมือนคนกระซิบกระซาบกัน เสียงเหมือนกำลังวุ่นๆทำอะไรกันซักอย่าง เลยต้องพิสูจน์ ค่อยๆย่องตามเสียงไปดู ลงเนินไป ในใจก็นึก อูย…….จะเจออะไรว้า………
แล้วก็ไปเจอนี้ครับ อ้อเสียงน้ำในคุ้งนี่เอง วิวใช้ได้เลยเห็นอย่างนี้ปุ๊ป ไม่ไหวแล้วครับ ไม่รอช้า รีบไต่ขึ้นเนินกลับไปที่รถ จดเบอร์ธนาคารโทรติดต่อทันที
พอโทรไปก็แจ้งเจ้าหน้าที่ครับว่าเราสนใจทรัพย์ตัวนี้ของทางธนาคารครับ ขนาดเท่าไร ราคาเท่าไร คำตอบแรกที่ได้ทำเอาใจสลายเลยครับ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ทรัพย์ตัวนี้ระงับการขายชั่วคราว …………………… ไอ้เราก็ใจร่วงลง ไปอยู่ที่ตาตุ่ม ……….นึกในใจว่า อดซะแล้ว…………..แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่จบ บอกว่าที่งดขายชั่วคราวเพระากำลังทำเรื่องขออนุมัติลดราคาพิเศษ เพราะขายไม่ออกมานานแล้ว ……..ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนขึ้นสวรรค์เลยครับ ใจชื้นขึ้นมาหน่อย พระเจ้าเข้าข้างเราแล้ว เขาบอกให้รออีกหนึ่งอาทิตย์ ยอดราคาใหม่น่าจะอนุมัติมา เราก็เตรียมตัวเลยครับ ทองผาภูมิอะไรยังไงไม่ไปมันแล้ว กลับบ้านมานั่งลุ้น เตรียมเอกสารยื่นซื้อ……..เสนอราคาไปต่ำกว่าที่ธนาคารประกาศอีกซักนิดนึง เผื่อฟลุ๊คอนุมัติขายมา
ระหว่างนั้นก็ทำการบ้านครับ สิ่งปลูกสร้าง บ้านสองหลังวัสดุเกรดเอ หลังคามุงกระเบื้องดินขอ ผนังก่อฉาบแล้วกรุไม้หรือหินกาบทับอีกที พื้นคสลใ ปูทับด้วยไม้แดง ถ้าสร้างใหม่สมัยนี้ทั้งของ ทั่งแรงน่าจะทำเอากุมขมับไปเลย
พื้นที่ใช้สอยรวมคำนวนได้ 500 ตารางเมตร ที่ดินขนาด 2 ไร่ 2 งานติดแม่น้ำแควน้อย กดเครื่องคิดเลขได้ดังนี้ครับ
บ้าน 500 ตารางเมตร x 20,000 บาท สภาพ 40% = 4,000,000 บาท
ที่ดิน 2 ไร่ 2 งาน x 500,000 บาท = 1,250,000 บาท
ศาลาริมน้ำ ตกแต่ง Landscape ถือเป็นของแถมไป ไม่ตีราคา
เบ็ดเสร็จ มูลค่ารวม 5,250,000 บาท แต่เสนอธนาคารไปต่ำว่านั้น ระหว่างรอธนาคาร ก็ภาวนาไปครับ เช้าเย็น เช้าเย็น สามอาทิตย์ผ่านไป ธนาคารผู้น่ารักก็นัดโอน บ้านหลังนี้ก็มาเป็นของเราโดยสมบูรณ์ครับ เมื่อโอนเสร็จก็ได้เวลาเตรียมทัพ เข้าไปจัดการกำจัดสภาพผีสิงให้หมดไปจากบ้านครับเมื่อโอนที่ดินเสร็จ ก็ทำให้รู้ประวัติคร่าวๆครับว่าตัวบ้านขออนุญาติปลูกสร้างในปี 2530 ซึ่งอันที่จริงก็พอจะเดาได้จากงานสถาปัติย์ของตัวบ้านครับ ทั้งหินกาบเอย หลังคากระเบื้องดินขอเอย เป็นอะไรที่นำเทรนยุค Post-Modern แห่งยุค 1980’s แบบสุดๆ สมัยนั้นฮิตมาก เหมือนที่ยุคนี้เขาฮิต Loft กัน
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบบ้าน อาคารที่ถูกสร้างในยุค 80’s กับ 90’s ต้นๆก็คือ สมัยนั้นเศรษฐกิจมันดีมากครับ และคนส่วนใหญ่ก็คิดว่าสิ่งดีๆเหล่านั้นมันจะดีขึ้นเรื่อยๆ และจะยั่งยืนตลอดไป ชีวิตมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป แล้วมันก็สะท้อนมาในงานสถาปัตย์ที่ บ้าน อาคารจึงถูกออกแบบให้เสมือนว่ามันจะต้องอยู่ตลอดไป คุณภาพวัสดุที่ไม่มีอั้น แล้วมันก็เลยทำให้อาคารเหล่านี้อยู่มาได้นาน ทั้งๆที่บางครั้งถูกละเลยด้วยซ้ำ ถ้าใครไม่เกี่ยงเรื่องตามแฟชั่น ก็อยากแนะนำให้มองหาบ้านยุคนี้ดูไว้ครับ ราคา VS คุณภาพส่วนใหญ่ถือว่าคุ้มค่าครับ (ปล.มันแล้วแต่คนสร้างด้วยนะครับเรื่องคุณภาพ แต่ส่วนใหญ่จะดี)

เล่าประวัติบ้านเสร็จก็นำเหล่าทหารกล้ามาลุยต่อครับ สางต้นไม้รอบๆบ้าน เก็บต้นใหญ่ๆหน้า สี่นิ้วขึ้นไปไว้เพื่ออนุรักษณ์ธรรมชาติ เอาเถาวัลย์กับหญ้ารกๆออกก่อน

พอจะมีแววไหมครับ เมื่อเคลียร์พื้นที่โดยรอบเสร็จ ก่อนจะเริ่มซ่อมแซม เราต้องมากำหนด Theme และอัตลักษณ์ให้บ้านก่อน เพื่อไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง สำหรับผมแรงบันดาลใจเหล่านี้มักจะค้นหาจากการได้สำผัสกับสถานที่นั้นๆครับ โจทย์ที่ได้คือ เมืองกาญคือป่า แต่อะไรที่ทำให้ป่าเมืองกาญต่างจากที่อื่น?? ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สอง ความลี้ลับ เรื่องขุมทรัพย์ที่เขาล่ำลือว่ามันอยู่ในถ้ำที่ไหนซักแห่ง ผสมปนเปกันจนสรุปได้ว่า มันคือป่าของเหล่าหู้กล้า นักผจญภัย และนั้นคือแรงบันดาลใจของบ้านหลังนี้ึครับ มันคือบ้านของ ระพินทร์ ไพรวัลย์, ศักดิ์ สุริยัน และ Indiana Jones

เมื่อ Theme ตกผลึกแล้วก็เริ่มซ่อมได้เลยครับ


Source:  คุณ สมาชิกหมายเลข 1415794 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม