หลังจากเป็นข่าวฮือฮาสำหรับชีวิตรักของตั๊กแตน ชลดา นักร้องลูกทุ่งสาวสวยเสียงดี ที่มีประเด็นออกพูดเรื่องสามีแอบบมีน้อย จนในที่สุดก็ตัดสินใจหย่าขาดกัน แฟนๆก็ยังไม่ได้ฟังคำบอกเล่าชัดเกี่ยวกับชีวิตหลังการหย่าของสาวตั๊กแตน และอัพเดทชีวิตปัจจุบันว่าเป็นยังไงบ้าง รวมถึงเคลียร์หลายๆประเด็นก่อนหน้านี้ วันนี้สื่อมวลชนก็ได้จ่อไมค์ถามเจ้าตัวถึงที่ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เจอสื่อมวลชนหลังจากที่เราโสด?
“จริงๆ ไม่อยากจะพูดอะไรเลยถึงทุกๆ เรื่องที่ผ่านมา เพราะแตนมีความรู้สึกว่าแตนอยากเริ่มต้นใหม่มากกว่า เราเลือกที่จะก้าวไปข้างหน้า ดีกว่ากังวลเก็บแต่ความหลังเอามาคิด”

ใช้ระยะเวลานานไหมกว่าจะก้าวผ่านมาถึงวันนี้?
“ถ้าให้พูดคำว่าก้าวผ่านไปหรือยัง จริงๆ มันอาจจะยังไม่ได้ก้าวผ่านไปเต็มที่ แต่เราพยายามให้ตัวเองอยู่ในจุดที่ต้องเสียใจอะไรแบบนั้นแล้ว”

สภาพจิตใจตอนนี้เราอยู่ในระดับไหน?
“ถือว่าเต็มร้อย และพร้อมที่จะทำงาน พร้อมที่จะต่อสู้ พร้อมรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาค่ะ”กับอดีตสามีตัดขาดไปเลยใช่ไหม?
“เรียกว่าตัดขาดเลยค่ะ”

advertisements

จุดที่ทำให้เราตัดสินใจเดินออกมาคือเป็นไปตามข่าวเลยใช่ไหม?
“ค่ะ แตนคิดว่าทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้ว แต่ถ้าถามว่าตัดสินใจถูกแล้วหรือไม่ อาจจะไม่ถูกนะคะ ถ้าเทียบกับสิ่งที่แตนทำลงไป แตนอาจจะทำไม่ถูกในเรื่องที่แตนโพสต์ แต่ตอนนั้นมันเป็นเรื่องของอารมณ์และเรื่องของความเสียใจ

มันเป็นสิ่งเดียวที่เราทำแล้วเรารู้สึกโล่งค่ะ และรู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ตัวเองโพสต์แบบนั้นออกไป แม้ว่าเรื่องมันจะเป็นความจริงก็ตาม แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว”

วันที่ตัดสินใจเซ็นใบหย่า เราคิดอะไรอยู่หรือเปล่า?
“เอ่อ… มันต้องใช้คำว่ามันมาถึงจุดนี้แล้ว เราก็ต้องเลือกที่จะมอบสิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง”หลังจากที่เราตัดสินใจหย่า ก็มีแชตหลุดออกมาทำนองว่าเราก็มีคนอื่นเหมือนกัน?
“ไม่มีหรอกค่ะ แตนก็มีโอกาสได้เห็นแชตหลุดนั้นแล้วค่ะ แตนไม่เคยคิดจะแย่งของใครหรือจะไปคบใครที่จะทำให้ครอบครัวคนนั้นแตกแยกอยู่แล้ว”

ช่วงระยะเวลานั้นเหมือนมีการสาดโคลนกันในโซเชียล เรารู้สึกยังไงที่เรื่องของเราสองคนกลายเป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศรู้?
“รู้สึกเสียใจมากกว่าที่เรื่องไม่ดีจะต้องตีแผ่ออกไป เรารู้สึกว่าเราเป็นคนของประชาชนอยากจะมอบสิ่งดีๆ ให้กับแฟนเพลงมากกว่าสิ่งที่มันแย่ๆ อยากให้ทุกคนไปโฟกัสเรื่องงานมากกว่าที่จะมาโฟกัสเรื่องแย่ๆ แบบนี้ ซึ่งตรงนี้มันก็อาจจะโทษใครไม่ได้

นอกจากตัวของพวกเราหรือตัวของคนที่ทำเอง และตัวแตนเองที่พลาดพลั้งโพสต์ลงไป ตรงนั้นแตนก็โทษตัวเองจนถึงทุกวันนี้ถึงทุกวันนี้ว่าเราไม่น่าทำ ถึงแม้มันจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม ซึ่งก็รู้สึกผิดอยู่”

อะไรที่ทำให้เราหยุดคิดได้ว่า ไม่น่าโพสต์ลงโซเชียลเลย?
“มันเป็นเรื่องของผลลัพธ์ในความรู้สึกของแฟนเพลงมากกว่าค่ะ เพราะทุกวันนี้แตนมีความรู้สึกว่าแตนแคร์ความรู้สึกของคนที่รักแตนจริงๆ ก็คือแฟนเพลง แตนไม่อยากให้เขาผิดหวังในทุกๆ เรื่อง และมองว่าวันนั้นมันเป็นเรื่องที่เราทำไม่ถูกเช่นเดียวกัน อย่างน้อยเราก็ควรจะตีแผ่ในเรื่องที่มันดีๆ”คนมองว่าเราเป็นอีกคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในความรัก?
“แตนมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดานะที่หลายคู่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของความรัก แต่มันเป็นเรื่องที่สะเทือนใจมากสำหรับแตน”

ก่อนหน้าที่เราจะแต่งงานก็มีผู้ใหญ่หลายท่านที่ไม่เห็นด้วย พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทำให้เรามองย้อนกลับไปถึงวันนั้นว่าตัดสินใจถูกไหม?
“จริงๆ ถ้าเรื่องของการแต่งงานที่ว่าผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วยตอนนั้น ยังไม่มีใครพูดออกมาในทำนองว่าไม่เห็นด้วยนะคะ แต่มีแต่คนคอยเตือนๆ เล็กน้อยว่าพี่เขาเจ้าชู้นะ แต่ด้วยความที่เราคุยกับเขารู้เรื่อง เราตกลงกันในแบบฉบับที่ว่าจะหยุดนะ”

แสดงว่าความผิดครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราจับได้?
“ค่ะ”

ณ ตอนนี้ยังมีเรื่องอะไรที่ต้องเคลียร์ หรือต้องเกี่ยวข้องกับเขาอีกไหม?
“ตอนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเลย เพราะสิ่งต่างๆ แตนเลือกที่จะเดินออกมา คือเราแมนมากค่ะ”

เราไม่เอาทรัพย์สินอะไรเลยเหรอ?
“ไม่ค่ะ”

ชื่อหมู่บ้านก็เป็นชื่อเราที่เขาตั้งให้?
“อันนั้นไม่เกี่ยวกับเขาค่ะ แต่เรื่องทุกๆ อย่างที่ก่อร่างสร้างอะไรมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทรัพย์หรือแม้แต่หนี้สินก็ตาม เราเลือกที่จะรับผิดชอบของเราเองทุกอย่าง และอะไรที่เป็นของเขา เราก็ไม่เอา”

สินสมรสร่วมกัน ได้แบ่งเรียบร้อยไหม?
“ก็ลงตัวค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร”หนี้สินเกิดจากอะไร?
“หลายๆ คนอาจจะไม่รู้เนอะ เพราะแตนก็ไม่เคยพูดไป จริงๆ ไม่อยากพูดต่อนะ ไม่รู้จะพูดต่อทำไม”

มูลค่าเยอะถึงหลักล้านไหม?
“เยอะค่ะ และทุกคนอาจจะมองว่า แตนมีหนี้สินคนเดียว”

ช่วงที่มีเรื่องก็จะมีการโพสต์โต้ตอบกันเรื่องหนี้สิน เหมือนเขาว่าเราเป็นคนเอาหนี้เข้ามา เราอยากชี้แจงไหม?
“ตอนนี้แตนคิดว่า แตนไม่ได้อยากได้ความแมน หรือ ความจริง แตนไม่อยากได้อะไรจากผู้ชายคนนี้แล้วทั้งนั้น เพราะแตนคิดว่า (น้ำตาคลอ) แตนไม่สามารถหาอะไรได้อีกแล้ว ”

หลังจากเราตัดสินใจไปตอนนี้ชีวิตเป็นยังไงบ้าง?
“ดีขึ้นมาก และรู้สึกว่าถึงเรายังเจ็บอยู่ลึกๆ แต่วันนี้มันดีขึ้นมาก เราก้าวเดินไปข้างหน้าแล้ว ถึงแม้เรายังมีน้ำตาซึมๆ บ้าง เวลามีคนถาม แต่เราดีแล้ว เราคิดถูกแล้ว”

ได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง?
“ได้ประสบการณ์เยอะมาก เป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากไหน มันซื้อไม่ได้ และเมื่อก่อนเวลาเราเห็นคนเขาโดนแบบนี้เราไม่มีวันเข้าใจหรอก จนกว่าเราจะเจอด้วยตัวเอง ก็จะเก็บประสบการณ์นี้ไว้บอกคนที่เรารักว่ามีเคสแบบนี้นะ ถ้าเราเจอแบบนี้เราอย่าไว้ใจคนนะ”ทำให้เรากลัวจะมีรักใหม่ไหม?
“ถามว่ากลัวไหม ตอนนี้ไม่กลัวคนอื่นแล้ว กลัวตัวเอง เพราะเรารู้สึกว่าเราจะไม่เสียใจหรอกถ้าเราไม่อนุญาตให้ใครมาทำให้เราเสียใจ”

หลังจากนี้ยังมีเรื่องต้องเจอกันอยู่ไหม?
“ไม่มีเลยค่ะ ทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว”

เรื่องสัญญาเพลงที่เขาแต่ง?
“แตนไม่เอาอะไรเลยค่ะ ยกให้เขาเลย เรื่องนั้นเป็นเรื่องของแกรมมี่ และนอกเหนือจากนั้นที่เขาแต่งให้แตน แตนก็ไม่ใช้เลย ไม่ร้อง ถามว่าไม่สามารถร่วมงานกันได้แล้วไหม จริงๆ วงการเราไม่ได้กว้างมาก สุดท้ายยังไงก็ต้องเจอกัน อาจจะมีสักวันที่เราต้องเจอกัน

ในมุมของแตน ถ้าเราทำงานอยู่ตรงนี้ ถ้าวันนั้นต้องเจอจริงๆ เราก็คงเฉยๆ ไป เราก็เป็นแค่คนรู้จักกัน แต่เราคงไม่เลือกทำให้งานๆ นั้นเสีย หรือ คงไม่ทำให้คนที่อยู่ในนั้นอึดอัด เพราะเราจะรู้สึกว่าเราแย่ แตนคิดเผื่อไว้ และกล้าเผชิญหน้า เพราะแตนรู้สึกว่าแตนไม่มีอะไรที่ต้องอาย”

ตั้งแต่โสดลุคเราเปลี่ยนไปมากเหมือนกัน?
“จริงๆ แตนเป็นคนแต่งตัวเปรี้ยว เซ็กซี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ตอนที่มีครอบครัวมันเป็นการให้เกียรติครอบครัวเราก็เลยไม่ค่อยแต่งตัวอะไรมาก ตอนนี้ที่บอกว่าเซ็กซี่ขึ้น มันเหมือนเป็นการปลดปล่อยตัวเอง เราต้องให้โอกาสตัวเอง ให้ความสุขตัวเอง เพราะไม่มีใครมาว่าเราแล้ว”

แบบนี้หนุ่มๆ เข้ามาเยอะกว่าเดิมไหม?
“แตนว่าหนุ่มๆ เขาก็ต้องดูแตนด้วยนะ ว่าเราเปิดรับหรือเปล่า จริงๆ แตนไม่ได้ปิดขนาดนั้นนะคะ แต่รู้สึกว่าถ้าใครจะเข้ามาหลังจากนี้มันจะต้องมีการไตร่ตรองดูกันนานๆ กว่านี้นิดนึง หรือ ไม่ก็ต้องมีอะไรที่รับประกันเราได้ว่าเราจะไม่ถูกทิ้ง เราจะไม่เสียใจนะ”

ไม่ใช่ว่าเข็ดใช่ไหม?
“ไม่ถึงกับเข็ดค่ะ แต่ขอใช้คำว่าตอนนี้เหม็นความรัก”

ตอนนี้เหมือนเรามีชีวิตใหม่แล้วแนวเพลงจะเปลี่ยนไปด้วย?
“คือก็เหมือนปากจัดมากขึ้น เหมือนที่ผ่านมาเราไม่ได้พูดอะไรมากมาย แต่ตอนนี้ก็ขอพูดบ้างเถอะ แนวเพลงก็เปลี่ยนไปนิดนึง เหมือนเราโตขึ้น กล้าคิดกล้าพูดมากขึ้น”

รู้สึกยังไงเวลาคนให้สถานะเราว่าแม่ม่าย?
“จริงๆ ไม่อยากเรียกตัวเองสถานะนี้เลย เพราะมันเป็นสถานะที่โคตรห่อเหี่ยวเลย ไม่โอเค ไม่เรียกแบบนั้นได้ไหม (หัวเราะ) อยากใช้สถานะโสดมากกว่าค่ะ”.